(Teaching Children to Read from Songs and Rhymes)
การสอนอ่านจากเพลงและคำคล้องจองมีความสำคัญอย่างไร?
การสอนอ่านจากเพลงและคำคล้องจองมีความสำคัญดังนี้คือ
การสอนอ่านจากเพลงและคำคล้องจองมีความสำคัญ
เนื่องจากเป็นภาษาไพเราะ สามารถนำมาใช้ในการสื่อความหมายได้ดี จึงเป็นที่ยอมรับของสังคมในการแสดงออกทางอารมณ์ที่งดงาม
ตลอดจนความสนุกสนาน ทำให้เด็กพอใจที่จะเรียนรู้
พ่อแม่ ผู้ปกครองจะสอนลูกอ่านจากเพลงและคำคล้องจองได้อย่างไร?
การจัดกิจกรรมสอนอ่านจากเพลงและคำคล้องจองที่บ้าน
เป็นกิจกรรมที่พ่อแม่ผู้ปกครองสามารถจัดได้อย่างง่ายและสะดวก เริ่มตั้งแต่พ่อแม่ต้องเชื่อก่อนว่า
พ่อแม่คือผู้มีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนาการอ่านของลูก ผลการวิจัยจำนวนมากได้ยืนยันตรงกันว่า
ครอบครัวที่พ่อแม่เอาใจใส่หาหนังสือให้ลูกอ่าน มีเครื่องเขียนให้ลูกใช้
และมีทัศนคติที่ดีต่อการอ่าน ด้วยการชักชวน เร้าความสนใจให้ลูกอ่านด้วยวิธีการต่างๆนั้น
เด็กจะอ่านหนังสือออก หรืออ่านหนังสือได้ ตั้งแต่อายุยังน้อย การร้องเพลงและท่องคำคล้องจองให้ลูกฟัง
เป็นวิธีการที่ใช้กันทุกชนชาติ และพบผลว่า เด็กที่เคยท่องคำคล้องจอง ร้องเพลง
ฟังเพลง จะประสบความสำเร็จในด้านการอ่านและการเขียน ดังนั้น พ่อแม่มีแนวปฏิบัติที่น่าสนใจในการสอนอ่านให้ลูกจากเพลงและคำคล้องจองดังนี้
- กล่อมลูกนอน โดยใช้บทเพลงและคำคล้องจองที่มีอยู่มากมายหลายสำนวนของแต่ละท้องถิ่น เช่น เพลงกล่อมเด็กที่เก่าแก่ และใช้ต่อๆมาอย่างแพร่หลาย คือเพลงกล่อมเด็ก นกเอี้ยง ความว่า “นกเอี้ยง ไปเลี้ยงควายเฒ่า ควายกินข้าว นกเอี้ยงหัวโต ไปจับต้นโพธิ์ ร้องไห้หงิง ไปจับต้นขิง เขายิงลงมา ไปจับต้นข่า เขาด่าแม่เอา ไปจับต้นไทร ไถลถลอก ไปจับต้นหมาก เขาลากลงมา ไปจับต้นจำปา นกเอี้ยงหัวโต”
|
หาหนังสือหรือทำหนังสือสำหรับเด็กง่ายๆ
เขียนบทเพลง คำคล้องจอง แล้ววาดภาพประกอบ นำมาอ่าน ร้องให้ลูกฟังก่อน นอน หรือเวลาที่เหมาะสมเมื่ออยู่ร่วมกัน
รวมทั้งเพลงและคำคล้องจองภาษาอื่นๆที่เข้ามาใช้ในชีวิตของเราในปัจจุบัน เช่น
ภาษาอังกฤษ ตัวอย่างหนังสือ บทคำคล้องจองที่น่าอ่านเช่น คำกลอนสอนอ่าน จากประถม
ก กา แบบเรียนเล่มแรกของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฉบับ เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์
(หม่อมราชวงศ์จิตต์) รวบรวม เป็นหนังสือที่มีบทคำคล้องจอง สอนอ่านจากมาตรา แม่ ก
กา แม่ กก แม่กง แม่กด แม่กน แม่กบ แม่กม แม่เกย เหมาะสำหรับเด็กระดับประถมศึกษา
เรื่องขับขานบทเพลง บรรเลงบทกลอน มีบทเพลงเด็กและคำกลอนสอดคล้องกัน ได้สาระและความไพเราะ
มีภาพประกอบสวยงาม
|
|
- กล่อมลูกนอน โดยใช้บทเพลงและคำคล้องจองที่มีอยู่มากมายหลายสำนวนของแต่ละท้องถิ่น เช่น เพลงกล่อมเด็กที่เก่าแก่ และใช้ต่อๆมาอย่างแพร่หลาย คือเพลงกล่อมเด็ก นกเอี้ยง ความว่า “นกเอี้ยง ไปเลี้ยงควายเฒ่า ควายกินข้าว นกเอี้ยงหัวโต ไปจับต้นโพธิ์ ร้องไห้หงิง ไปจับต้นขิง เขายิงลงมา ไปจับต้นข่า เขาด่าแม่เอา ไปจับต้นไทร ไถลถลอก ไปจับต้นหมาก เขาลากลงมา ไปจับต้นจำปา นกเอี้ยงหัวโต”
- เล่นกับลูกตั้งแต่เป็นทารก ใช้เพลงและคำคล้องจองประกอบการเล่น เช่น ร้องบท จับปูดำขยำปูนา จับปูม้าคว้าปูทะเล... พ่อแม่จะต้องทำท่าประกอบจับปู (กำมือแล้วคลายเป็นจังหวะ) หยอกล้อ ทำหน้าตาให้ลูกดูบทร้องไปด้วย และเมื่อคำสุดท้าย คว้าปูทะเล ให้จับส่วนต่างๆของลูก ทำซุ้มเสียงให้ตื่นเต้น เด็กจะสนุก และเริ่มเรียนรู้ความหมายของคำจากเสียงที่สื่อถึงการเล่นก่อน สร้างอารมณ์สนุก เห็นความหมายในการใช้ภาษา เพื่อการสื่อสารกันในกลุ่มคน สำหรับเด็กที่โตขึ้นมามีบทร้องประกอบการเล่น ทั้งร้องเป็นเพลงและท่องคำคล้องจองมากมายที่ใช้ต่อๆกันมา เช่น บทร้อง อ้ายเข้ อ้ายโขง บทร้องมอญซ่อนผ้า ฯลฯ พ่อแม่อาจจะแต่งขึ้นใหม่ก็ได้ โดยยึดหลักว่า เป็นภาษาง่ายๆ ชวนให้เล่นร้องร่วมกันได้
- หาหนังสือหรือทำหนังสือสำหรับเด็กง่ายๆ เขียนบทเพลง คำคล้องจอง แล้ววาดภาพประกอบ นำมาอ่าน ร้องให้ลูกฟังก่อนนอน หรือเวลาที่เหมาะสมเมื่ออยู่ร่วมกัน รวมทั้งเพลงและคำคล้องจองภาษาอื่นๆที่เข้ามาใช้ในชีวิตของเราในปัจจุบัน เช่น ภาษาอังกฤษ ตัวอย่างหนังสือ บทคำคล้องจองที่น่าอ่านเช่น คำกลอนสอนอ่าน จากประถม ก กา แบบเรียนเล่มแรกของไทยสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ฉบับ เจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ (หม่อมราชวงศ์จิตร์) รวบรวม เป็นหนังสือที่มีบทคำคล้องจอง สอนอ่านจากมาตราแม่ ก กา แม่ กก แม่กง แม่กด แม่กน แม่กบ แม่กม แม่เกย เหมาะสำหรับเด็กระดับประถมศึกษา เรื่องขับขานบทเพลง บรรเลงบทกลอน มีบทเพลงเด็กและคำกลอนสอดคล้องกัน ได้สาระและความไพเราะ มีภาพประกอบสวยงาม เช่น เพลง ระบำชาวเกาะ ความว่า “รำ ระบำชาวเกาะ ไพเราะเสนาะจับใจ เสียงน้ำหลั่งไหล (ซ้ำ) กระทบหาดทรายดังครืนครืน (ซ้ำ)” บทกลอน ระบำชาวเกาะ
|
ทะเลสีคราม
|
ฟ้างามยามเย็น
|
|
เด็กเด็กเริงเล่น
|
เต้นระบำชาวเกาะ
|
|
เจ้าด่างจับปู
|
หนูหนูหัวเราะ
|
|
เล่นน้ำบนเกาะ
|
เหมาะใจจังเลย
|
- ร้องเพลงในยุคสมัย พร้อมเขียนคำร้องนั้น ให้ลูกอ่าน พร้อมพ่อแม่ กรณีเช่นนี้ พ่อแม่ขอคำปรึกษาจากครูที่จะจัดกระบวนการสอน หรือขั้นตอนการสอนอ่านสำหรับเด็กเริ่มเรียน แล้วนำมาใช้จัดให้ลูกอ่านที่บ้านด้วย ทั้งนี้เพื่อให้การสอนระหว่างบ้านและโรงเรียนไปในทิศทางเดียวกัน
- นำบทคำคล้องจองมาอ่าน หรือนำเพลงมาร้องแบบปนเล่นต่อเพลงหรือ คล้องจองง่ายๆ คนละวรรค คนละท่อนเช่น
บทคำคล้องจอง
เป็ด (ผู้แต่ง บุบผา เรืองรอง)
|
(พ่อแม่ท่อง) เป็ดมีสองขา
|
(ลูกท่องต่อ)
เดินมาช้าช้า
|
|
(พ่อแม่ท่อง) ก๊าบ
ก๊าบร้องหา
|
(ลูกท่องต่อ)
เศษปลาเศษผัก
|
|
(พ่อแม่ท่อง)
เป็ดชอบว่ายน้ำ
|
(ลูกท่องต่อ)
ผุดดำน่ารัก
|
|
(พ่อแม่ท่อง)
เสร็จแล้วมาพัก
|
(ลูกท่องต่อ)
กกฟักไข่เป็ด
|
เพลง
ตัวเลขอยู่ไหน (ผู้แต่ง บุบผา เรืองรอง ทำนอง เพลง หัวแม่มือ อยู่ไหน)
“เลขหนึ่งอยู่ไหน (พ่อแม่ร้อง) เลขหนึ่งอยู่ไหน (ลูกร้อง) อยู่นี่จ๊ะ
(พ่อแม่ร้อง) อยู่นี้จ๊ะ (ลูกร้อง) สุขสบายดีหรือไร(พ่อแม่ร้อง) สุขสบายทั้งกายใจ
(ลูกร้อง) ไปก่อนละ สวัสดี (พ่อแม่ร้อง) ไปก่อนละ สวัสดี (ลูกร้อง)”
บทเพลงนี้
ใช้บัตรตัวเลขประกอบการร้อง และเปลี่ยนตัวเลข 1-10
เป็นพื้นฐานก่อน สลับเปลี่ยนผู้เล่นถือบัตรเลขต่างๆ เช่นพ่อ
ถือเลขหนึ่ง แม่ถือ เลขสอง และลูกๆถือ เลข สาม สี่ ฯลฯ เด็กจะได้อ่าน ร้อง และเล่นไปด้วย
เป็นการเรียนที่ไม่เหมือนเรียน
การส่งเสริมการอ่านให้แก่เด็กที่บ้าน ควรจัดอย่างไม่เป็นทางการเหมือนที่โรงเรียน
ทุกโอกาสที่ลูกอยู่ที่บ้าน หากเด็กได้ยินได้ฟังเพลงและคำคล้องจอง
ก็เป็นการสอนเด็กระดับหนึ่งแล้ว เมื่อเพิ่มตัวหนังสือให้เด็กได้เห็น
และอ่านท่ามกลางบรรยากาศความสุข เด็กย่อมเต็มใจที่จะเรียนรู้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น